โครงการเว็บสะพานบอท
กรกฎาคม 07, 2020, 06:14:09 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
1  สะพานบอท / สะพานบอท / แอลจีชูเทคโนโลยี 3D TV มั่นใจชัดที่สุดในเมืองไทย เมื่อ: มีนาคม 14, 2011, 10:51:21 PM
แอลจีอวดเทคโนโลยีใหม่ Cinema 3D มั่นใจให้ภาพคมชัดที่สุดในตอนนี้ พร้อมโชว์แว่นตาไร้แบตเตอรีที่มีราคาวางจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 490 บาท เตรียมส่งทีวี 3 มิติลงตลาด 4 รุ่นในครึ่งปีแรก ระบุปี 54 การแข่งขันสูงราคาถูกลงเกือบเท่าตัว คาดการณ์ปีนี้ภาพรวมตลาดโตแน่ 30%
   


   นายฉันท์ชาย พันธุฟัก หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่าในปีที่ผ่านมาตลาดทีวี 3 มิติในประเทศไทยยังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย คิดเป็น 5% ของตลาดรวม เนื่องจากความต้องการสินค้า และกำลังการผลิตยังมีค่อนข้างน้อย ส่งผลให้ราคาสินค้าค่อนข้างสูง นอกจากนี้การใช้เทคโนโลยีในการแสดงผลภาพแบบเก่ายังทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถ รับชมภาพ 3 มิติได้เป็นเวลานาน เนื่องจากจะเกิดอาการเบลอจากภาพซ้อน
   
   "สำหรับในปีนี้กระแสความ ร้อนของทีวี 3 มิติในเมืองไทยมีเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตหลายค่ายเริ่มลงมาทำตลาดนี้กันมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการแข่งขันกันด้านของราคาและเทคโนโลยี โดยมีแนวโน้มว่ายอดการเติบโตของทีวีสามมิติในตลาดรวมจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 30%"
   
   ด้านของเทคโนโลยีของแอลจี หลังจากปีที่ผ่านมามีการปล่อยทีวี 3 มิติออกสู่ตลาด 2 รุ่น ซึ่งเป็นทีวีที่ใช้เทคโนโลยีในการแสดงผลภาพแบบ Active Shutter Glass ที่แอลจีมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่ยังไม่มีความสมบูรณ์แบบ เนื่องจากการทำงานระหว่างหน้าจอแสดงผลกับแว่นตายังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เกิดภาพซ้อน เมื่อผู้ใช้งานรับชมเป็นเวลานาน จะก่อให้เกิดอาการปวดหัว อีกทั้งแว่นตาที่ใช้ยังมีขนาดใหญ่ และต้องชาร์จแบตเตอรีอยู่ตลอดเวลา
   
   ปีนี้แอลจีจึงได้มีการพัฒนา เทคโนโลยีในการแสดงผลภาพ 3 มิติแบบใหม่ที่เรียกว่า "Cinema 3D" โดยจะทำงานโดยการใช้ฟิล์ม FPR (Film Patterned Retarder) ติดลงบนหน้าจอ เพื่อให้ใช้งานร่วมกับแว่นตาโพลาไรซ์ที่ทำหน้าที่ตัดแสงในแนวตั้งและแนวนอน จนทำให้เกิดภาพ 3 มิติขึ้น โดยปราศจากภาพซ้อน ภาพกระพริบขึ้น จึงช่วยลดปัญหาความเมื่อยล้าของสายตาเมื่อรับชมเป็นเวลานาน อีกทั้งยังได้มีการพัฒนาฟีเจอร์ 3D Light Boost ที่ช่วยปรับความสว่างของภาพ 3 มิติ และเพิ่มความคมชัดให้กับภาพ
   
   ฉันท์ชายมองว่าเทคโนโลยีในการแสดงภาพแบบ Active Shutter Glass ที่ผู้ผลิตทีวี 3 มิติส่วนใหญ่เลือกใช้นั้น เป็นเทคโนโลยีที่มีต้นทุนในการผลิตไม่สูงมาก ทำให้สินค้าที่ได้มีราคาสมเหตุสมผล แต่ข้อเสียคือแว่นตาที่ใช้ยังมีขนาดใหญ่ และมีราคาแพง ในส่วนของทีวี 3 มิติที่ไม่ต้องใช้แว่นนั้น ด้วยความที่ใช้ฟิลเตอร์เป็นตัวบังคับการมองเห็น ทำให้ตัวเครื่องทีวีมีความหนา มีมุมมองภาพที่ค่อนข้างจำกัด อีกทั้งความสว่างของภาพยังค่อนข้างน้อย ซึ่งไม่เหมาะแก่การทำมาใช้รับชมภาพในบ้าน
   
   "เทคโนโลยีใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานรับชมภาพ 3มิติได้เต็มความสามารถ คือภาพที่ได้มีความสว่าง คมชัด เป็นธรรมชาติ อีกยังสามารถรับชมภาพ 3 มิติในมุมมองที่กว้างกว่าเทคโนโลยีตัวอื่นๆ"
   
   ในปี 2554 แอลจีเตรียมเปิดตัวทีวี 3 มิติที่ใช้เทคโนโลยี "Cinema 3D" ทั้งหมด 4 รุ่นในครึ่งปีแรก โดยรุ่น LW6500 จะเริ่มวางจำหน่ายต้นเดือนเมษายน และ LW4500 จะวางจำหน่ายช่วยปลายเดือนเมษายน ส่วนอีก 2 รุ่นจะวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายน สำหรับรุ่น LW6500 จะมาพร้อมเทคโนโลยี Smart TV, แสดงภาพเคลื่อนไหวได้คมชัดด้วยเทคโนโลยี True Motion 240Mz รองรับการเชื่อมต่อ DNLA, Wi-Fi, USB 2.0 และ HDMI 1.4
   
   ราคาถูกลง คอนเทนต์พร้อม
   
   ฉันท์ชายพูดถึงราคาจำหน่าย ทีวี 3 มิติของแอลจีว่า รุ่นที่จะมีการเปิดตัวในเดือนเมษายนอย่าง LW4500 ขนาด 42 นิ้ว ถือเป็นรุ่นที่มีราคาถูกสุดคือ 49,990 บาท โดยจะขายพร้อมแว่นตา 4 อัน ถ้าผู้บริโภคต้องการซื้อเพิ่ม สามารถซื้อได้ราคา 490-1,290 บาท เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่มีการเปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมามีราคาสูงถึง 89,990 บาท สำหรับแว่นตา 3 มิติที่นิยมใช้กันจะมีราคาอยู่ที่ 3,900-5,000 บาท ในขณะที่แอลอีดีทีวี ของแอลจีขนาด 42 นิ้วมีราคาเริ่มต้นที่ 29,900 บาท
   
   "จริงๆ แล้วราคาแอลอีดีทีวีกับทีวี 3 มิติต่างกันไม่มาก เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคว่าจะให้ความสำคัญกับการรับชมภาพ 3 มิติมากแค่ไหน แล้วจะยอมจ่ายส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นมาหรือไม่"
   
   สำหรับซอฟต์แวร์ หรือคอนเทนต์ที่จะมาทำงานร่วมกับทีวี 3 มิตินั้น ฉันท์ชายกล่าวว่า ทีวี 3มิติส่วนใหญ่จะมีตัวแปลงสัญญาณภาพจาก 2 มิติให้เป็น 3 มิติอยู่แล้ว ไม่ว่าสัญญาณอินพุดจะเข้ามาในรูปแบบก็ตาม แต่อาจมีความคมชัดเพียง 80% เมื่อเทียบกับการใช้ซอฟต์แวร์ที่เป็น 3 มิติจริงๆ ดังนั้นผู้ใช้งานสามารถรับชมข่าว, รายการทีวี จากฟรีทีวีได้ในรูปแบบ 3มิติทั้งหมด
   
   นอกจากนี้ ผู้ผลิตภาพยนตร์รายใหญ่ของโลกอาทิ Warner Brother ก็เริ่มหันมาผลิตแผ่นบลูเรย์ ในรูปแบบ 3มิติ ซึ่งปัจจุบันราคาจำหน่ายแผ่น 3D Blu-Ray จะอยู่ที่ 1,000-2,000 บาท ในขณะที่แผ่นบลูเรย์ทั่วไปจะอยู่ที่ 500-1,000 บาท
   
   "แม้แต่บนเว็บไซต์บิตทอเรนต์ ก็เริ่มมีคอนเทนต์ 3 มิติให้ผู้บริโภคได้ดาวน์โหลดกัน ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าซื้อมาแล้วจะไม่มีคอนเทนต์ดู"


ข้อมูลจาก: ผู้จัดการ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Laptop Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
2  สะพานบอท / สะพานบอท / ตลาดไอซีทีไทยปีนี้โต 11.7% มูลค่า 6.7 แสนล้านบาท เมื่อ: มีนาคม 14, 2011, 10:37:11 PM
เนคเทค สวทช. ทริดี้ จับมือซิป้า สำรวจตลาดไอซีทีไทยปี 53 โต 9.2% คิดเป็นมูลค่า 6 แสนล้านบาท มีตลาดสื่อสารเป็นตัวนำ คิดเป็นมูลค่าถึง 3.8 แสนล้านบาท ส่วนปี 54 คาดโตอีก 11.7% คิดเป็นมูลค่า 6.7 แสนล้านบาท เนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว และความต้องการใช้เทคโนโลยีไร้สายมากขึ้น
      


      นายมนู อรดีดลเชษฐ์ ที่ปรึกษาโครงการ และคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) กล่าวถึงการสำรวจภาพรวมตลาดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่ง ชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (ทริดี้) และสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้าว่า ตลาดรวมไอซีทีใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบด้วย ตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ ตลาดสื่อสาร ตลาดซอฟต์แวร์และบริการด้านคอมพิวเตอร์ระหว่างเดือนก.ย. 2553-ม.ค.2554 โดยในปี 2553 ตลาดไอซีทีมีมูลค่า 607,385 ล้านบาท โตขึ้น 9.2% แบ่งเป็นมูลค่าตลาดสื่อสารสูงสุด รองลงมาคือตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ คอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ และตลาดบริการคอมพิวเตอร์ ส่วนตลาดไอซีทีไทยโดยรวมในปี 2554 จะโตอีกขึ้น 11.7% หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดรวม 678,648 ล้านบาท
      
      สำหรับตลาดรวมคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ในปี 2553 เติบโตกว่าปีก่อนหน้า 13.3% โดยปี 2554 คาดว่าตลาดจะเติบโต 9.7% หรือมีมูลค่า 100,511 ล้านบาท ส่วนตลาดสื่อสารปี 2553 มีสัดส่วนในตลาดไอซีทีรวมของประเทศอยู่ที่ 63% หรือคิดเป็นมูลค่า 382,999 ล้านบาท คาดว่าในปี 2554 มูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 418,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.2% จากปัจจัยความต้องการใช้เทคโนโลยีไร้สาย
      
      ขณะที่ตลาดคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ปี 2553 อยู่ที่ 72,400 ล้านบาท และตลาดบริการด้านคอมพิวเตอร์อยู่ที่ 60,390 ล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่ารวมของตลาดทั้งสองกลุ่มที่ 132,790 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าปี 2554 มูลค่าตลาดคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์จะเพิ่มขึ้นเป็น 84,233 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดบริการด้านคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นเป็น 75,560 ล้านบาทโดยมีปัจจัยจากการเป็นโครงการต่อเนื่องที่ดำเนินงานมาตั้งแต่ครึ่งปี หลังของปี 2553 ถึงต้นปี 2554
      
      ส่วนมูลค่าตลาดคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ 72,400 ล้านบาท แบ่งเป็นซอฟต์แวร์กลุ่ม Enterprise Software (ซอฟต์แวร์องค์กร) มูลค่า 54,165 ล้านบาท รองลงมาคือ Embedded Software (สมองกลฝังตัว) มูลค่า 9,127 ล้านบาท และ Mobile Application (โมบายล์ แอปพลิเคชัน) มูลค่า 6,326 ล้านบาท ที่เหลือเป็นซอฟต์แวร์อื่นๆ ขณะที่สัดส่วนของมูลค่าตลาดระหว่างซอฟต์แวร์แบบ Proprietary Software (ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์) กับ Open Source Software (โอเพนซอร์ส) ยังอยู่ที่ 76.5% และ 23.5% โดย Open Source Software มีการใช้งานขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
      
      ปัจจัยที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยในปี 2553 ขยายตัวประกอบด้วย การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลก การ ขยายตัวของการใช้ซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ การปรับตัวของผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ที่ทำธุรกิจโดยเน้นบริการมากขึ้น เช่น อัปเกรดซอฟต์แวร์เก่า หรือผลิตซอฟต์แวร์ที่มีขนาดเล็กลงและกลุ่มภาคเศรษฐกิจหลักอย่างกลุ่มการ ศึกษา โทรคมนาคม การเงินและธนาคารยังมีเงินลงทุนในด้านซอฟต์แวร์
      
      ส่วนปัจจัยด้านลบที่คอยฉุดให้การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์สะดุด อยู่บ่อยครั้งได้แก่ ความขัดแย้งทางการเมือง การเบิกจ่ายงบประมาณไทยเข้มแข็งทำได้ล่าช้า และการขาดแคลนบุคลากรทางเทคนิคที่มีคุณภาพ
      
      สำหรับปี 2554 ที่คาดว่าอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้น 16.34% มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 84,233 ล้านบาท มีปัจจัยมาจากภาวะเศรษฐกิจของโลกและเศรษฐกิจของไทยที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แนวโน้มการลงทุนขยายตัวอยู่ที่ 8.7% รวมทั้งการปรับตัวของผู้ประกอบการที่พัฒนาซอฟต์แวร์ให้มีขนาดเล็กลง กลุ่มภาคเศรษฐกิจหลักยังมีงบประมาณในการลงทุนด้านซอฟต์แวร์และการขยายตัวของ การใช้งานซอฟต์แวร์ทั้ง Embedded Software และ Mobile Application
      
      นอกจากนี้ แนวโน้มของเทคโนโลยีใหม่ ที่กำลังเข้าสู่สังคมก็เป็นตัวกระตุ้นให้ตลาดซอฟต์แวร์มีการเติบโต เช่น การให้บริการซอฟต์แวร์ในรูปแบบ Cloud Computing ซึ่งบริษัทข้ามชาติรายใหญ่ได้มีการแนะนำการใช้งานซอฟต์แวร์ในรูปแบบดังกล่าว แล้ว และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี รวมทั้งการขยายตัวของอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับสื่อสารข้อมูลแบบพกพา ทั้ง ไอแพด ไอโฟน และสมาร์ทโฟนที่มีราคาถูกลง ซึ่งส่งผลให้ Application Programs ในอุปกรณ์เหล่านี้เติบโตตามไปด้วย

ข้อมูลจาก: ผู้จัดการ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Laptop Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
3  สะพานบอท / สะพานบอท / ไทยสิ้นหวัง? หลังดีลเลอร์จีนควักเงินตัวเองรีฟันด์ "iPad" เมื่อ: มีนาคม 14, 2011, 10:20:47 PM
บริษัทตัวแทนจำหน่ายไอแพด (iPad) บางรายในประเทศจีนไม่ง้อแอปเปิล ยอมควักกระเป๋าตัวเองคืนเงินส่วนต่างราคา iPad (รีฟันด์) เพราะห่วงความรู้สึกของสาวกที่ซื้อเครื่องในราคาเต็มก่อนแอปเปิลจะประกาศลด ราคาแบบสายฟ้าแลบเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทยยังสิ้นหวังเพราะดีลเลอร์ไทยไร้แววเล่นด้วย แหล่งข่าวระบุไอสตูดิโอต้องนั่งรอสัญญาณจากแอปเปิลท่าเดียว แม้แอปเปิลเอเชียจะย้ำชัดว่าดีลเลอร์สามารถตัดสินใจรีฟันด์ได้ตามนโยบายของตัวเอง ล่าสุด "สารี อ๋องสมหวัง" ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแนะ สาวกไอแพดไม่ควรก้มหน้ายอมรับชะตากรรมแต่ควรรวมตัวเพื่อเรียกร้องความเป็น ธรรม เพราะซื้อของชิ้นเดียวกัน จากผู้ผลิตรายเดียวกัน ก็ควรได้รับการปฏิบัติมาตรฐานเดียวกัน
      


      ต้นเหตุของเรื่องนี้มาจากการประกาศลดราคาสินค้ารุ่นเก่าตามธรรมเนียมหลังจากเปิดตัวไอแพดรุ่นใหม่ “ไอแพด 2 (iPad 2)” โดยในสหรัฐฯ แอปเปิลหั่นราคาไอแพด 1 (รุ่นดั้งเดิม) ทุกรุ่นลง 100 เหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ราคาไอแพดในประเทศไทยและทั่วโลกลดลงทันทีในวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา เฉพาะประเทศไทย ราคาเริ่มต้นของไอแพดลดเหลือ 12,900 บาท จากเดิม 15,900 บาท
      
      ส่วนต่าง 100 เหรียญหรือประมาณ 3,000 บาทที่หายไปแบบสายฟ้าฟาดโดยที่ไม่มีใครสามารถรู้ล่วงหน้าได้นี้เองที่เป็น ชนวนของเรื่องทั้งหมด โดยแอปเปิลมีนโยบายคืนเงินส่วนต่างนี้ให้เฉพาะผู้ซื้อสินค้าราคาเต็มช่วง ก่อนประกาศลดราคา 14 วันจากร้านแอปเปิลสโตร์เท่านั้น โดยในประเทศที่ไม่มีการตั้งสาขาแอปเปิลสโตร์อย่างเป็นทางการ แอปเปิลก็จะคืนเงินให้เฉพาะผู้ซื้อผ่านเว็บไซต์กับแอปเปิล
      
      ประเทศไทยเข้าข่ายกรณีดังกล่าว ทำให้ผู้ที่ซื้อไอแพดทาง http://store.apple.com/th เท่านั้นที่สามารถขอเงินคืนหรือรีฟันด์ได้ 3,000 บาท แต่ผู้ที่ซื้อผ่านร้านไอสตูดิโอ (iStudio) ตัวแทนจำหน่ายซึ่งเป็นร้านขายสินค้าแอปเปิลรายหลักในประเทศไทยไม่สามารถขอรี ฟันด์จากแอปเปิลได้ โดยจากการสอบถามพนักงานของ iStudio ย่านใจกลางเมือง ให้ข้อมูลว่าเนื่องจากการเป็นเพียงร้านตัวแทนจำหน่าย (Authorized) ทางร้านจึงไม่สามารถรีฟันด์เงินคืนให้แก่ลูกค้าได้ สร้างความคับข้องใจให้ผู้บริโภคไทยที่บางส่วนเริ่มตั้งปนิธานว่านับแต่นี้ จะสั่งซื้อสินค้าแอปเปิลจากร้านออนไลน์ของแอปเปิลเท่านั้น เพื่อป้องกันการเสียสิทธิที่ควรได้รับ
      
      นอกจากประเทศไทย สาวกแอปเปิลในประเทศจีนซึ่งมีร้านแอปเปิลสโตร์เพียง 2 สาขา และมีตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 94 รายทั่วประเทศก็ส่งเสียงไม่พอใจเช่นเดียวกัน โดยผู้ซื้อไอแพดช่วง 14 วันจากดีลเลอร์จีนก่อนการลดราคาได้รวมตัวกัน ร้องเรียนต่อหอการค้าอิเล็กทรอนิกส์จีน จนทำให้ดีลเลอร์จีนตัดสินใจออกค่าใช้จ่ายด้วยตัวเองเพื่อรีฟันด์เงินให้ผู้ บริโภค ก่อนจะไปเจรจากับแอปเปิลในอนาคต



***จีนเฮ-ไทยยังไร้แวว***
      
      แอปเปิลสโตร์ในประเทศจีนทำตามนโยบายที่ระบุไว้ในเงื่อนไขของร้าน ยอมคืนเงินมูลค่า 1,100 หยวนแก่ผู้ซื้อไอแพดจากร้านแอปเปิลสโตร์ในช่วงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม 2554 ทำให้ผู้ซื้อไอแพดในวันและเวลาเดียวกันจากร้านค้าปลีกจำนวน 177 คน รวมตัวกันร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ 315ts.net ซึ่งเป็นเว็บไซต์ร้องเรียนสำหรับผู้บริโภคของหอการค้าอิเล็กทรอนิกส์ (China Electronics Chamber of Commerce) หอการค้าจีนจึงเริ่มสอบสวนกรณีที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา
      
      แต่ดีลเลอร์จีนไม่ได้รอให้การสอบสวนสิ้นสุด โดยร้าน Gome และ Suning ตัวแทนจำหน่ายสินค้าแอปเปิลซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ และมีสาขาทั่วประเทศจีน ประกาศให้ส่วนลดเงินคืนแก่"เหยื่อไอแพด 14 วัน"เพราะได้รับเสียงร้องเรียนมากมาย โดยบอกว่าจะยอมออกค่าใช้จ่ายในการรีฟันด์เอง ก่อนจะเจรจากับแอปเปิลอีกครั้ง เช่นเดียวกับร้าน 360buy.com หนึ่งในผู้ค้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ของจีน ที่ระบุว่าจะยอมออกทุนในการรีฟันด์ด้วยตัวเอง ขณะที่ผู้ซื้อสินค้าจากร้านไอทีรายเล็กและร้านเครื่องหิ้วจะต้องทำใจเพราะ ร้านค้าเหล่านั้นไม่มีนโยบายรีฟันด์เงินคืน
      
      สิ่งที่เกิดขึ้นตรงกับความเห็นของจิล ตัน (Jill Tan) ประชาสัมพันธ์แอปเปิลเอเซีย สาขาฮ่องกง ซึ่งระบุว่าการรีฟันด์ที่เกิดขึ้นเป็นนโยบายของร้านแอปเปิลสโตร์เท่านั้น และการรีฟันด์ในร้านค้าปลีกรายอื่น จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อดีลเลอร์เหล่านั้นมีนโยบายการคืนเงินของตัวเอง
      
      "ดีลเลอร์อาจไม่ต้อง มีนโยบายรีฟันด์เป็นเงินสด แต่สามารถรีฟันด์เป็นคูปอง หรือเป็นสิทธิพิเศษอื่นก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของดีลเลอร์เอง นโยบายรีฟันด์ของแอปเปิลก็เป็นไปตามเงื่อนไขของร้านแอปเปิลสโตร์"
      
      กรณีที่เกิดขึ้นอาจทำให้ชาวไทยมีความหวัง แต่จากการสอบถามแหล่งข่าวในวงการค้าอิเล็กทรอนิกส์ในเมืองไทย พบว่ามีโอกาสเป็นไปได้น้อยที่ดีลเลอร์ไทยแต่ละรายจะตัดสินใจรีฟันด์เงินคืนกันเองโดยไม่ต้องรอสัญญาณจากแอปเปิลประเทศไทย สิ่งที่เป็นไปได้คือการดำเนินนโยบายร่วมกันโดยพร้อมเพรียงในนาม iStudio ทำให้ขณะนี้ร้านค้าได้แต่เข้าเกียร์ว่างเพื่อรอสัญญาณต่อไป



***องค์กรผู้บริโภคแนะต้องรวมตัว***
      
      "สารี อ๋องสมหวัง" ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่าผู้บริโภคไม่ควร ยอมแพ้ แต่ควรรวมตัวเพื่อให้ iStudio ปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกับแอปเปิลสหรัฐฯ จุดประกายว่าผู้ซื้อสินค้ารุ่นเดียวกันก็ควรได้รับการดูแลแบบเดียวกัน
      
      "ถ้ามีการเขียนโฆษณาไว้ก็สามารถฟ้องตามพ.ร.บ. วิธีพิจาณาคดีผู้บริโภคได้ แต่ถ้าไม่มีเขียนเป็นโฆษณา ก็อาจใช้การรวมตัวกันเรียกร้องเพื่อให้ศาลออกคำสั่งให้ iStudio ใช้มาตรฐานเดียวกันกับแอปเปิล ดีลเลอร์เหล่านี้อาจจะมีภาระเพิ่มมานิดหน่อย แต่ก็คุ้มถ้าได้รับความไว้วางใจจากผู้ซื้อในระยะยาว"
      
      จริงอยู่ที่การลดราคาในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์นั้นเกิดขึ้นเป็นประจำจน ผู้บริโภคส่วนทำใจได้นานหลาย 10 ปีแล้ว แต่กรณีของไอแพดและแอปเปิลที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความต่างของสองมาตรฐานที่ผู้ บริโภคบางส่วนรับไม่ได้ จุดนี้แหล่งข่าวอีกรายในกลุ่มตัวแทนจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ให้ความเห็น ว่า กระแสต่อต้านอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้หากแอปเปิลสโตร์ไม่มีนโยบายรีฟันด์เงินคืน โดยระบุว่าเป็นไปได้ยากที่ดีลเลอร์ไทยจะยอมออกทุนรีฟันด์เองเพราะกำไรใน ธุรกิจนี้มีสัดส่วนเฉลี่ยเพียง 5% เท่านั้น
      
      กรณีที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นกรณีสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการรีฟันด์สินค้าของบริษัทใหญ่รายอื่นในอนาคต โดย ล่าสุด ประสัมพันธ์แอปเปิลยังไม่ให้คำตอบเรื่องแนวโน้มการเจรจากับดีลเลอร์ในประเทศ ไทย ต่อความเป็นไปได้ในการช่วยเหลือเงินรีฟันด์ รวมถึงผลกระทบด้านลบในช่องทางการจำหน่ายสินค้าแอปเปิล ผ่านตัวแทนจำหน่ายในไทยอย่าง iStudio ขณะที่ iStudio ไม่เปิดเผยตัวเลขจำนวนผู้ซื้อไอแพดราคาเต็มในช่วง 14 วันก่อนการลดราคา
      
      และไม่ว่าคนไทยจะได้ รับเงินรีฟันด์หรือไม่ พนักงาน iStudio ก็ยังยืนยันว่า ชาวไทยยังเดินเข้าร้านเพื่อซื้อหาไอแพดราคาใหม่อย่างคึกคักเช่นเดิม.
      
      ***ราคา iPad2 เครื่องหิ้วมาแล้ว!***
      
      หลังจากแอปเปิลวางจำหน่าย iPad2 อย่างเป็นทางการในสหรัฐฯไม่กี่วัน ผู้ค้าย่านปทุมวัน ประกาศราคาจำหน่าย iPad2 เครื่องหิ้ว ล็อตแรก (ของเข้าช่วงวันที่ 15 มีนาคม) ออกมาในทวิตเตอร์เรียบร้อยแล้ว ไล่ตั้งแต่รุ่น Wi-Fi 16GB สีดำเริ่มที่ 31,000 บาท ขณะที่สีขาวเริ่มที่ 31,800 บาท ส่วนรุ่น 3G + Wi-Fi รุ่น 16 GB เริ่มต้นที่ 34,900 บาท สีขาว เริ่มที่ 35,700 บาท

ข้อมูลจาก: ผู้จัดการ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Laptop Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
4  สะพานบอท / สะพานบอท / Google Circles โซเชียลเน็ตเวิร์กบนเสิร์ช เมื่อ: มีนาคม 14, 2011, 09:53:54 PM
แน่นอนว่า Google คงไม่ยอมให้ Facebook เสวยสุขอยู่ในโลกของ Social Network อยู่เพียงฝ่ายเดียว จากรายงานข่าวล่าสุด Google เตรียมปล่อยหมัดเด็ด (อีกแล้ว) ด้วยการเพิ่มคุณสมบัติการทำงานใหม่ขึ้นไปบนบริการต่างๆ ตั้งแต่ เสิร์ชของ Google เองไปจนถึงบริการรูปภาพ Picasa วิดีโอบน YouTube เรื่อยไปจนถึงบริการแผนที่ Google Maps โดยคาดว่าจะสามารถเปิดตัวได้ในงาน Google I/O 2011 ที่จะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 10 - 11 พฤษภาคม ศกนี้

ความจริง "Google Circles" ก็คือ โปรเจ็กต์ที่ใช้โค้ดเนมว่า "Google Me" ซึ่งได้มีการพูดถึงมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดย Eric Schmidt ซีอีโอของ Google (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายบริหาร) ที่ยืนยันว่า การเพิ่มคุณสมบัติที่เรียกว่า Social layer (ไม่ใช่การเป็นโซเขียลเน็ตเวิร์กเต็มตัว) กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา โดยรายงานข่าวล่าสุดอ้างว่า Google Circles จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถแชร์เมสเสจ หรือ status ระหว่างกลุ่มเพื่อนที่อยู่บนโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ได้ (ด้วยเหตุนี้จึงตั้งชื่อว่า Social Circles) นอกเหนือจากการแชร์รูปภาพ วิดีโอ การเช็คอินระบบ (เช่น เพื่อนคนไหนกำลังออนไลน์อยู่ในโซเชียลใดบ้างเป็นต้น) และอื่นๆ อีกมากมาย กล่าวโดยสรุป Google Circles จะทำให้ผู้ใช้สามารถสื่อสารกับเพื่อนๆ ใน Social Network ต่างๆ ได้พร้อมกันผ่านบริการต่างๆ ของ Google นั่นเอง



นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึง Picnik บริการแก้ไขภาพถ่ายบนออนไลน์ที่สามารถทำได้อย่างง่ายดายผ่านบราว เซอร์ Google Circles จะเชื่อมโยงองค์ประกอบต่างๆ บน Social Network เข้าไปในบริการ โดยจะเปิดให้บริการในช่วงระหว่างเดือนกันยายน - ธันวาคม ศกนี้ และนี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ Google จะพยายามดึง Social Network เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริการ หลังจากที่เปิดหน้าชนในผลิตภัณฑ์ และบริการต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะป็น Wave, Chrome, Web App Store และ Google TV ซึ่งผลิตภัณฑ์และบริการเหล่านี้ต่างใช้เวทีการประชุม Google I/O ในการเปิดตัวทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม การผนึกกำลังของสินค้าและบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน เป็นงานใหญ่ที่ Google คงต้องพยายามไปให้ถึงให้ได้ คุณผู้อ่านเคยลองนับดูไหมครับว่า วันนี้เราใช้บริการอะไรของ Google บ้าง?

ข้อมูลจาก: ARIP
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Laptop Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
5  สะพานบอท / สะพานบอท / Peel "ทีวีไกด์+รีโมท" สำหรับ iPhone เมื่อ: มีนาคม 14, 2011, 09:40:27 PM
Peel แอพฯ "ทีวีไกด์" ที่เปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรีบน iTunes ซึ่งโดยฟังก์ชันของมันก็มีไว้เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสืบค้น หรือแนะนำว่า ขณะนี้มีรายการทีวีอะไรทีน่าดูบ้างจากเคเบิ้ลทีวีหลายร้อยช่อง แถมยังมีความฉลาดในการคัดเลือกรายการที่ผู้ใช้น่าจะชอบโดยอ้างอิงจากรายการ ที่เราเลือกชม ล่าสุดแอพฯดังกล่าวมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเปลียนให้ iPhone ของคุณกลายเป็นรีโมททีวีได้ด้วย



นั่นหมายความว่า นอกจาก Peel จะสามารถแนะนำรายการทีวีที่น่าสนใจแล้ว ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนช่องทีวี เพื่อเลือกชมรายการดังกล่าวได้ทันที นอกจากนี้ มันยังทำหน้าที่เป็นรีโมทควบคุมอุปกรณ์ DVR (Digital Video Recorder) ได้อีกด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่า คุณสามารถสั่งบันทึกรายการผ่านแอพฯบน iPhone ได้ทันที จุดเด่นของฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่เป็นรีโมทครอบจักรวาลของ Peel ก็คือ ดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร  แต่สามารถวางบนโต๊ะในห้องนั่งเบ่นได้อย่างลงตัว



ผู้ใช้ iPhone, iPod Touch หรือ iPad สามารถสั่งรีโมทของ Peel ควบคุมโฮมเธียร์เตอร์ได้อย่างง่ายดาย โดยการทำงาน Peel บน iPhone จะส่งคำสั่งไปยังฮาร์ดแวร์รีโมทผ่านทาง Wi-Fi เพื่อให้มันยิงสัญญาณอินฟราเรดไปยังทีวี หรือ DVR ของคุณ ซึ่งนอกจาก Peel จะช่วยแนะนำรายการ พร้อมทั้งให้คุณเปลี่ยนช่อง ตลอดจนบันทึกรายการทีวีที่ชอบได้แล้ว มันยังสามารถแนะนำรายการทีวีที่น่าสนใจให้เพื่อนคุณได้ทราบผ่านทาง Facebook และ Twitter ได้อีกด้วย Peel system สามารถสั่งซื้อได้ที่ Apple Store สนนราคาอยู่ที่ 99 เหรียญฯ (ประมาณ 3,200 บาท)

ข้อมูลจาก: ARIP
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Laptop Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
6  สะพานบอท / สะพานบอท / ระวัง!!! แฮคเกอร์ใช้ช่องโหว่ถล่ม IE แล้ว เมื่อ: มีนาคม 14, 2011, 09:12:45 PM
เมื่อประมาณสองเดือนก่อน นักวิจัยจาก Google ประกาศว่า พบช่องโหว่ใน IE ล่าสุดช่องโหว่ดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้ในการโจมตีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว โดย Microsoft ได้ออกมาแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบอีกด้วยว่า ช่องโหว่ที่ว่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งนั่นหมายความว่า ผู้ใช้อาจถูกโจมตีได้นั่นเอง



สำหรับรูปแบบการโจมตี แฮคเกอร์จะจัดทำโค้ดที่สามารถโจมตีช่องโหว่ของ IE ไว้บนเว็บไซต์ เมื่อผู้ใช้ที่ไม่ทันระวังถูกหลอกล่อให้คลิกเข้าไปยังหน้าเว็บอันตรายก็จะ โดนโจมตีทันที โดยแฮคเกอร์สามารถบังครับให้บราวเซอร์ของเหยื่อรันโค้ดจาวาสตริท์ ซึ่งโค้ดที่ว่านี้สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ จากบราวเซอร์ของผู้ใช้ ตลอดจนเปิดช่องการโจมตีได้ รูปแบบการโจมตีที่เกิดจากการบังคับการทำงานของบราวเซอร์ด้วยช่องโหว่ใน ลักษณะนี้เรียกว่า Drive-by-browser

ช่องโหว่ดังกล่าวพบในไฟล์ชุดคำ สั่งไลบรารี่ชื่อว่า mshtml.dll (MHTML) ของ Windows ซึ่งถูกเรียกใช้โดย Internet Explorer และมีอยู่บนระบบปฎิบัติการ Windows ทุกเวอร์ชัน ในส่วนของการป้องกัน Microsoft ได้ออกเครื่องมือ Fixit ทีสามารถแก้ไขปัญหาได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังไม่เปิดเผยว่า มีแผนจะออกแพทช์ของบั๊กตัวนี้เมื่อไร ความจริงไมโครซอฟท์รับทราบเรื่องช่องโหว่นี่้จากทางกูเกิ้ลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา โดยวิศวกรกูเกิ้ลได้เปิดเผยขั้นตอน และเครื่องมือในการแฮค เพื่อพิสูจน์บั๊กดังกล่าวบนอินเทอร์เน็ต พร้อมทั้งให้ข้อมูลเชิงเทคนิค อีกทั้งยังเดือนว่า แฮคเกอร์ชาวจีนอาจจะพบปัญหานี้แล้วก็ได้ แต่ Microsoft กล่าวว่า พวกเขาไม่เห็นว่าจะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมการโจมตีช่องโหว่ดังกล่าวได้อย่าง ที่กูเกิ้ลนำเสนอมา

ข้อมูลจาก: ARIP
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Laptop Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
7  สะพานบอท / สะพานบอท / บิ๊กคาเมร่าและออสก้า ร่วมรักษ์โลก กับโครงการ Go Green ปี 2 เมื่อ: มีนาคม 13, 2011, 05:17:52 PM
ร.อ.ม.ร.ว. พีรานุพงศ์ ภาณุพันธ์ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ บริษัท ออสก้า โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมกับ คุณชิตชัย เธียรกาญจนวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บิ๊กคาเมร่า จำกัด และ คณะสื่อมวลชนพร้อมศิลปินชั้นนำ “ เร แมคโดนัลด์ ” ร่วมสร้างสิ่งที่ดให้กับโลก ด้วยการจัดโครงการ BIG Camera & Oska Go Green ปี 2 ตอน “ ล่องเรือปล่อยปู ฟื้นฟูป่าชายเลน ” กับการปล่อยพันธุ์ปูน้ำเค็มจำนวน 50,000 ตัว เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าชายเลน และเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ณ วนอุทยานปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
      


      “ Go Green ล่องเรือปล่อยปู ” เป็นโครงการ Go Green ที่ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทางระบบนิเวศวิทยา ด้วยการทำกิจกรรมร่วมกับสื่อมวลชน เพื่อเป็นตัวแทนของลูกค้าที่ร่วมกิจกรรม โดยในปีนี้จะเป็นการรวบรวมนำแบตเตอรี่ที่เสื่อมคุณภาพแล้ว นำไปกำจัดอย่างถูกวิธี โดยจะมีการตั้ง " กล่องรับแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ " ที่หน้าร้านบิ๊กคาเมร่าทุกสาขาทั่วประเทศ โดยผู้ที่นำแบตเตอรี่เสื่อมคุณภาพมาทิ้ง หรือซื้อแบตเตอรี่ Oska ,Toriyama หรือ Infini จะมีค่าเท่ากับลูกปูน้ำเค็มเพื่อนำไปปล่อย เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล โดยจะมีการทำกิจกรรมร่วมกันกับสื่อมวลชนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ณ วนอุทยานปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขัณธ์
      
      "การจัดโครงการ Go Green ในปีนี้ นอกจากจะเป็นการร่วมรณรงค์การรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับโลกแล้ว ยังถือเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีต่อธรรมชาติในเรื่องการใช้พลังงาน ให้มีการใช้อย่างคุ้มค่าและถูกวิธี และโดยหวังว่าจะสามารถเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่ช่วยให้ทุกคนได้ตระหนักถึงปัญหาสภาวะโลกร้อนที่ใกล้ตัว เพื่อร่วมมือกันในการดูแลรักษาโลกใบนี้ให้น่าอยู่ต่อไป" นายชิตชัย เธียรกาญจนวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บิ๊กคาเมร่า จำกัด กล่าวและว่า
      
      จากอุทกภัยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศในปีนี้ ทำให้ภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ปัจจัยหลักของภัยธรรมชาติต่างๆ ที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วเกิดขึ้นจากพวกเราทั้งสิ้น หลายๆ ประเทศในโลก ต่างมีการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนด้วยวิธีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง บิ๊กคาเมร่าคือหนึ่งในผู้ที่รับผิดชอบสิ่งดังกล่าว เพราะในทุกครั้งที่ผู้ใช้กล้องเก็บบันทึกความสุขและเรื่องราวต่างๆ นั้น จะมีขยะจากความสุขซึ่ง ก็คือแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งาน ซึ่งถูกทิ้งโดยไม่มีการกำจัดอย่างถูกวิธี ด้วยเหตุนี้บิ๊กคาเมร่า จึงร่วมกับออสก้า จัดโครงการ Go Green ขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อร่วมรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน ด้วยการตั้งกล่องรับแบตเตอรี่เสื่อมสภาพเพื่อนำกลับมาทำลายอย่างถูกวิธีที่ บริษัท ออสก้า โฮลดิ้ง โดยจะไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม
      
      รอ. ม.ร.ว. พีรานุพงศ์ ภาณุพันธ์ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ บริษัท ออสก้า โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะที่เราเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ไอทีครบวงจร คุณภาพสูงรายใหญ่ที่สุดในประเทศมากว่าทศวรรษ เราได้ตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากการขาดการตระหนักในการทิ้ง แบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ ออสก้า โฮลดิ้งได้คิดริเริ่มโครงการ go green ร่วมกับบริษัท บิ๊ก คาเมร่า ซึ่งในปีนี้เป็นปีที่สอง เราขอเป็นตัวแทนและกำลังสำคัญในการนำแบตเตอรี่เสื่อมสภาพไปทำลายอย่างถูก วิธี พร้อมด้วยกิจกรรม “ล่องเรือ ปล่อยปู ฟื้นฟูป่าชายเลน” เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรปูน้ำเค็มสัตว์ประจำท้องถิ่นที่อยู่คู่ท้องทะเลไทย”

ข้อมูลจาก: ผู้จัดการ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Laptop Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
8  สะพานบอท / สะพานบอท / ชำแหละ!!! Apple iPad 2 ให้เห็นกันจะๆ ไปเลย เมื่อ: มีนาคม 13, 2011, 04:52:18 PM
เช้าวันหยุดอย่างนี้ ขอเริ่มต้นด้วยข่าวที่เกิดขึ้นตามหลังการวางจำหน่าย iPad 2 ได้เพียงแค่ 2 วัน ซึ่งยังคงประกฏการณ์การต่อแถวรอซื้อกันแต่เช้าตามหน้าร้านต่างๆ เช่นเดียวกับเวอร์ชันแรก แม้ iPad 2 จะไม่ได้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนใหญ่สำหรับ iPad เสียทีเดียว ล่าสุด iFixIt เจ้าเก่าขาประจำ ก็รีบนำ iPad 2 ที่ได้มา"ชำแหละ"ให้เห็นไส้ในกันจะๆ อีกแล้วครับท่าน

ทันทีที่ทีมงานของ iFixit ได้ iPad 2 มาก็จัดการชำแหละกันในวันแรกของการวางจำหน่ายเลย โดยสิ่งแรกที่ทีมงานค้นพบก็คือ ด้านหน้าของเคส iPad 2 ยึดติดกับด้านหลังด้วย"กาว...กาว...กาว และกาว" ไม่มีส่วนที่เป็นคลิปล็อค หรือน็อตสกรูแต่อย่างใด การที่จะเปิดมันออกมาได้ต้องใช้ความร้อน และเครื่องมือที่ใช้งัด ซึ่งทำด้วยพลาสติกในการเปิดฝาเครื่องออกมา แน่นอนว่า ผูัใช้แทบจะไม่มีโอกาสทำสิ่งนี้ได้เอง ถ้ายังไม่อยากให้ iPad 2 จากไปโดยเร็ว



หลังจากที่เปิดเคสออกมาก็พบว่า หน้าจอ LCD จะมีสกรูยึดไว้หลายตัวทีเดียว ซึ่งด้านหลังจอพบว่า มีแบตเตอรี่เรียงอยู่ 3 ก้อนเช่นเดียวกับ iPad เวอร์ชันแรก แต่มีกำลังไฟมากกว่าคือ 25 วัตต์ต่อชั่วโมง (24.8 วัตต์ต่อชั่วโมงในเวอร์ชันแรก) นั่นหมายความว่า มันแทบไม่ได้ต่างกันนักในส่วนนี้ แต่ด้วยประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานของ CPU และฮาร์ดแวร์ส่วนอื่นๆ ทำให้ iPad 2 สามารถใช้งานได้นานขึ้น



นอกจากจอ LCD (แบคไลท์ LED) และแผงวงจรทั้งหมดที่มีขนาดเท่าๆ กับไม้บรรทัดทีมีความยาวแค่ 6 นิ้ว แต่อัดแน่นด้วยวงจรการทำงานไว้เต็มเหนี่ยวแล้ว ส่วนที่เหลือก็จะเป็นสายแพ (สายสัญญาณ) 2 - 3 เส้น และสกรูอีกไม่กี่ตัว สำหรับแผงวงจรหลักที่เล็กมาก เผยให้เห็นชิ้นส่วนการทำงานต่างๆ ดังนี้

   * Toshiba TH58NVG7D2FLA89 16GB NAND Flash
   * Apple 343S0542-A2
   * S6T2MLC N33C50V ชิปจัดการพลังงาน (Power Management)
   * โพรเซสเซอร์ A5 APL0498
   * โพรเซสเซอร์กราฟิก Apple 338S0940 A0BZ1101
   * Broadcom BCM5973KFBGH
   * BCM5974 CKFBGH ชิปควบคุมการทำงานของจอสัมผัส LCD (ตัวเดียวกับ iPad)



นอกจากนี่ยังมีแผงวงจรขนาดล็กสำหรับสนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi/Bluetooth/FM ที่ใช้ชิป BCM43291HKUBC ตัวเดียวกันกับที่พบใน iPad, iPhone 4 และ iPod Touch และยังพบชิปไจโรเซ็นเซอร์ STM Electronics AGD8 2103  และชิปตรวจจับความเร่งใน 3 แกน ซึ่งทำให้ iPad 2 สามารถรับรู้ทิศทางการเคลื่อนไหวของตัวเครื่องได้ ส่วนกล้องทั้งสองตัวจะมี สายเคเบิ้ลของมันเอง และถอดออกง่ายมาก

ข้อมูลจาก: ARIP
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Laptop Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
9  สะพานบอท / สะพานบอท / โรงงานไอทีในญี่ปุ่นหยุดผลิตชั่วคราว-คาดกระทบราคาชิพพุ่ง เมื่อ: มีนาคม 12, 2011, 09:51:57 PM
ผลกระทบแผ่นดินไหว ครั้งรุนแรงในญี่ปุ่นสะเทือนฐานผลิตชิพ "โตชิบา" แต่ล่าสุดกลับมาเดินเครื่องผลิตอีกครั้ง ฟาก"โซนี่-พานาโซนิค" หยุดผลิตเช่นกัน



สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า  โรงงานผลิตแฟลช เมโมรี่สำหรับใช้ในการผลิตแทบเล็ต และสมาร์ทโฟนแห่งสำคัญของ "โตชิบา" สามารถกลับมาเดินเครื่องผลิตได้อีกครั้งหลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่น ดินไหวในญี่ปุ่น และอาจมีผลให้ราคาชิพพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากกระบวนการผลิตหยุดชะงักลง และเกิดปัญหาด้านการขนส่งในประเทศ

อย่างไรก็ตามหลังข่าวดังกล่าวแพร่สะพัดออกไปทำให้มูลค่าหุ้นของผู้ผลิตเม โมรี่ ชิพ "ไมครอน" เพิ่มขึ้นทันที 1.41% ส่วน "แซนดิสก์" ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับโตชิบาในการผลิต "แนนด์ แฟลช เมโมรี่ (NAND)" ราคาหุ้นคงที่ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่า ราคาชิพจะพุ่งสูงขึ้น หากซัพพลายในตลาดโลกได้รับผลกระทบ

นายไมค์ หว่อง โฆษกของแซนดิสก์ กล่าวว่า ฐานผลิตหลักของหน่วยความจำแฟลชแบบแนนด์ที่ตั้งอยู่ในเมือง "ยคไคจิ" ใกล้กับกรุงโตเกียว และอยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลที่เป็นจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวไม่ได้รับผล กระทบรุนแรงจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ได้หยุดการผลิตลงในระยะหนึ่ง

"มีเวเฟอร์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบจำนวนหนึ่งสูญหายไป แต่ในส่วนของการผลิตนั้นได้เริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้งหนึ่งแล้ว ส่วนผลกระทบที่ได้รับกำลังอยู่ในระหว่างการประเมิน"

ขณะที่ในส่วนความต้องการใช้แนนด์ แฟลช เมโมรี่ทั้งจาก "แอ๊ปเปิ้ล" และผู้ผลิตสินค้ารายอื่นๆที่จะใช้ในการผลิตอุปกรณ์พกพาแบบสำหรับใช้พื้นที่ ในการเก็บเพลง, ภาพ และไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปีนี้

นายเควิน แคสสิดี นักวิเคราะห์จากสติเฟล นิโคลัส ระบุว่า หากประเมินโรงงานของ "โตชิบา-แซนดิสก์" ซึ่งมีสัดส่วนการผลิตเวเฟอร์สำหรับหน่วยความจำแบบแฟลชราว 45% ของโลก อาจทำให้คาดการณ์ได้ว่าราคาของหน่วยความจำดังกล่าวอาจมีราคาสูงขึ้นจากเหตุ กาณ์ในครั้งนี้ ขณะเดียวกันก็ยังเชื่อว่า ญี่ปุ่นกำลังจะมีปัญหาด้านการขนส่ง ปัจจุบันโตชิบาเป็นผู้ผลิตหน่วยความจำแนนด์สำหรับใช้ในอุปกรณ์ เช่น ไอแพด มากกว่า 1 ใน 3 ของโลก

โซนี่-พานาโซนิคปิดโรงงานชั่วคราว

นอกจากนี้ผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติดังกล่าวยังส่งผลให้ "โซนี่" ตัดสินใจปิดโรงงาน 6 แห่งในประเทศ โดย 2 แห่งตั้งอยู่ในเมือง "ฟูกูชิม่า" และอีก 4 แห่ง ตั้งอยู่ในเมือง "มินากิ" ซึ่งรวมถึงโรงงานผลิตเลเซอร์ไดโอดสำหรับใช้ในเครื่องเล่นดีวีดี, บลู-เรย์ และ เครื่องเล่นซีดี รวมถึงเครื่องเล่นเกมเพลย์ สเตชั่น ขณะที่ "พานาโซนิค" ก็ประกาศหยุดการผลิตเช่นกัน นักวิเคราะห์จากแม็กซิม กรุ๊ป ในนิว ยอร์ค กล่าวว่า ภัยภิบัติดังกล่าวเป็นที่ชัดเจนว่าส่งผลลบต่อโซนี่ แต่ก็อาจจะเร็วเกินไปที่จะประเมินขอบเขตของความเสียหายครั้งนี้

อย่างไรก็ตามผลกระทบอาจเบาบางลง เนื่องจากโซนี่ได้ย้ายโรงงานผลิตบางส่วนออกไปนอกญี่ปุ่นแล้วก่อนหน้านี้ และช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่ได้อยู่ในช่วงที่ต้องเร่งผลิตสินค้า

ข้อมูลจาก: กรุงเทพธุรกิจ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Broadband Internet Laptop Software Video Game Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
10  สะพานบอท / สะพานบอท / เยือน "ซิสโก้" บังคาลอร์ ขุมทรัพย์ไอที 4.8 หมื่นล้าน เมื่อ: มีนาคม 12, 2011, 09:43:31 PM
ซิลิกอน วัลเลย์ แห่งเอเชีย และเมืองแห่งการเอาท์ซอร์สที่ใหญ่ที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง ที่มีบริษัทด้านไอทีระดับโลกมาตั้งสาขาอยู่มากมาย


ซิลิกอน วัลเลย์ แห่งเอเชีย และเมืองแห่งการเอาท์ซอร์สที่ใหญ่ที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง ที่มีบริษัทด้านไอทีระดับโลกมาตั้งสาขาอยู่มากมาย

"บังคาลอร์" ได้ชื่อว่าเป็นซิลิกอน วัลเลย์ แห่งเอเชีย และเป็นเมืองแห่งการเอาท์ซอร์สที่ใหญ่ที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง บริษัทด้านไอทีคอมพิวเตอร์ระดับโลกมาตั้งสาขาอยู่ที่นี่มากมาย "ซิสโก้" ยักษ์เน็ตเวิร์คโลกลงทุนมากกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ สร้างแคมปัสไอทีขนาดใหญ่ขึ้นที่นี่ และยังเป็นสำนักงานใหญ่แห่งที่ 2 รองจากสำนักงานใหญ่สุดของซิสโก้ ที่เมืองซานโฮเซ สหรัฐอเมริกา

"เบียต้า เมลคาเร็ค" ผู้จัดการด้านไอทีของซิสโก้ ในบังคาลอร์ เล่าว่า เริ่มต้นซิสโก้ตั้งใจ ให้แคมปัสนี้เป็นสถานที่รวมของสำนักงานต่างๆ ของซิสโก้ รวมถึงพนักงานชาวอินเดีย ที่อยู่รอบเมืองบังคาลอร์ แต่แผนดังกล่าวได้ถูกปรับเปลี่ยน โดย "วิม เอลฟริงค์" รองประธานบริหารของซิสโก้ และหัวหน้าผู้บริหารระดับโลก ตัดสินใจว่า เพื่อให้สถานะของศูนย์บังคาลอร์เป็น ศูนย์ที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ก็ควรสร้างให้ศูนย์นี้มีเทคโนโลยีเทียบเท่า หรือเหมือนกับสำนักงานใหญ่ที่เมืองซานโฮเซ แคลิฟอร์เนีย



ลงทุนอินเดีย 4.8 หมื่นล้าน

ปัจจุบัน ซิสโก้ลง ทุนในประเทศอินเดียมากกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 48,000 ล้านบาท (1 ดอลลาร์ = 30) เน้นหนักไปที่การวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งแคมปัสในเมืองบังคาลอร์แห่งนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน

แคมปัสของซิสโก้ ที่นี่มีขนาดมากกว่า 1 ล้านตารางฟุต (1 million square feet) รองรับการทำงานของพนักงาน 1,200 คน มีห้องปฏิบัติการขนาด 16,000 ตารางฟุต 3 ห้อง มีศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาด 17,000 ตารางฟุต 1 ศูนย์

"ราวินเดอร์ พัล ซิงส์" ผู้จัดการโครงการไอทีซิสโก้ในบังคาลอร์ บอกว่า แคมปัสเมืองบังคาลอร์เป็นศูนย์ที่มีเทคโนโลยีเทียบเท่ากับสำนักงานใหญ่ที่เมืองซานโฮเซ ทำให้บังคาลอร์แคมปัส ดำเนินงานดั่งศูนย์ควบคุมการปฏิบัติงาน ที่มีความรับผิดชอบร่วมกับศูนย์ซานโฮเซ โดยปฏิบัติงานคนละ 12 ชั่วโมง เพื่อแก้ไขปัญหาที่สำคัญของระบบเครือข่ายและไอที

"แคมปัสนี้มีเทคโนโลยีพร้อม สำหรับบรรยายสรุปให้ลูกค้า และผู้บริหาร ทำให้ผู้เยี่ยมชมจากภูมิภาคอาเซียนได้รับความสะดวกสบายในการรับชมการสาธิต ด้านเทคโนโลยี โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังศูนย์ของซิสโก้ในทวีปยุโรป"

จุดเด่นสำคัญของแคมปัส คือ ห้องเทเลเพรสเซนส์กว่า 20-25 ห้อง รองรับการประชุมเสมือน ระหว่างซิสโก้สาขา อื่นทั่วโลก โดยเทเลเพรสเซนส์ขนาดจอเดียว (Cisco TelePresence 1000) จะใช้กับการประชุมกลุ่มเล็ก และต้องการแบนด์วิธที่ 5 เมกะบิตต่อวินาที ในขณะที่เทเลเพรสเซนส์ขนาด 3 จอ (Cisco TelePresence 3000) ได้รับการออกแบบมาสำหรับการประชุมกลุ่มใหญ่ขึ้น ซึ่งต้องการแบนด์วิธขนาด 15 เมกะบิตต่อวินาที

ผู้บริหาร ซิสโก้ บอกว่า เทเลเพรสเซนส์ เป็นการลดการเดินทางอย่างสิ้นเชิงระหว่างพนักงานฝั่งตะวันออกและตะวันตก ทั้งยังทำให้เกิดการสาธิตเทคโนโลยีสำหรับลูกค้าในท้องถิ่น โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ในแถบภูมิภาคนี้

"สำนักงานใหญ่แห่งที่ 2 คือ ศูนย์สาธิตเทคโนโลยีใหม่แกะกล่องจากซิสโก้ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นประเทศเกิดใหม่ รวมถึงศูนย์กลางของความร่วมมือระหว่างพาร์ทเนอร์ในท้องถิ่น"



ฮับเทคโนโลยีแห่งโลกตะวันออก

ปัจจุบัน แคมปัสซิสโก้ ที่บังคาลอร์ ถือเป็นศูนย์กลางการสาธิตเทคโนโลยีของซิสโก้ฝั่ง ตะวันออก (Cisco Globalisation Centre East) เป็นขุมทรัพย์เทคโนโลยีด้านเน็ตเวิร์คกิ้งมากมาย ตั้งแต่ระดับเบสิก ได้แก่ ไวร์เลสแลนที่ให้พนักงาน และผู้มาเยี่ยมชมแคมปัสสามารถใช้อินเทอร์เน็ต และทำงานที่ต้องเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา

ซิสโก้ โมบายคอนเนค เทคโนโลยีที่รวมระบบการใช้งานอยู่กับที่ และเคลื่อนที่ เพื่อขยายศักยภาพของโทรศัพท์ระบบวีโอไอพี ไปยังระบบไวไฟ และโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน ช่วยลดจำนวนการโทรศัพท์และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

เทคโนโลยีสำหรับการให้บริการศูนย์ข้อมูล หรือดาต้า เซ็นเตอร์ ที่รวมเทคโนโลยีเวอร์ช่วลไลเซชั่น (virtualization) การรวมพื้นที่ทั้งของเซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจในส่วนของอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกันในศูนย์ข้อมูล และเทคโนโลยีซิสโก้ คอนเนค เรียลเอสเตท ทำให้เครือข่ายไอทีสามารถควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ในอาคาร เช่น ลิฟต์ แสงไฟ กล้องวงจรปิด และระบบวัดอุณหภูมิ

ผู้บริหาร ซิสโก้ บอกว่า แคมปัสนี้จะต้องสามารถรองรับแอพพลิเคชั่นที่สำคัญในการทำธุรกิจได้อย่างต่อ เนื่อง ดังนั้น การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่างๆ ระบบไฟฟ้า ห้องโทรคมนาคม และเครือข่ายของผู้ให้บริการ ต้องยืดหยุ่น และเสถียรมากพอ

"หากระบบใด ระบบหนึ่งล่ม ทั้งหมดของแคมปัสจะยังต้องทำงานต่อได้ นอกจากนี้ แคมปัสที่บังคาลอร์ ยังเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คไปที่สำนักงานใหญ่ที่ซานโฮเซ และสำนักงานอื่นๆ ทั่วโลกของซิสโก้ด้วย"



เชื่อมคอมมูนิตี้ด้วยเน็ตเวิร์ค

อีกหนึ่งจุดเด่นของ แคมปัสแห่งนี้ คือ ระบบ "คอนเน็คเต็ด บิวดิ้ง" (Connected Building) โครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้า อุณหภูมิภายในตึก ระบบการทำงานต่างๆ จะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ควบคุมผ่านเน็ตเวิร์ค ที่สามารถสั่งงานได้อัตโนมัติ รวมถึงการสั่งงานได้ผ่านสมาร์ทโฟน

นอกจากนี้ แคมปัส ซิสโก้ ที่บังคาลอร์ ยังเป็นจุดกำเนิดของแนวคิดการเชื่อมคอมมูนิตี้ด้วยเน็ตเวิร์ค (Smart connected community) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของซิสโก้ ในการนำเสนอแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่สนับสนุนให้แต่ละคอมมูนิตี้ สามารถเชื่อมโยงเข้าหากันผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ เช่น การเชื่อมโยงบริการสาธารณะจากผู้ให้บริการประเภทต่างๆ ในสังคม เช่น บริการจากรัฐบาล หน่วยงานเอกชน สถานที่ท่องเที่ยว โรงพยาบาล สถานศึกษา ฯลฯ ให้ประชาชนได้สามารถเลือกรับบริการจากผู้ให้บริการเหล่านี้ ได้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทีวี รวมไปถึงสมาร์ทโฟน ผ่านเครือข่ายความเร็วสูงที่หลากหลาย ทั้ง 3 จี 4 จี ไวแม็กซ์ ไวไฟ และบรอดแบนด์

ข้อมูลจาก: กรุงเทพธุรกิจ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Broadband Internet Laptop Software Video Game Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
11  สะพานบอท / สะพานบอท / AIS-DTAC-Truemove พร้อมใจช่วยลูกค้าวิกฤติแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น เมื่อ: มีนาคม 12, 2011, 09:32:49 PM
หลังจากข่าววิกฤติแผ่นดินไหวและสึนามิในแดนปลาดิบแพร่สะพัด โอเปอเรเตอร์ไทยพร้อมใจประกาศช่วยเหลือลูกค้าของตัวเองที่เดินทางไปประเทศ ญี่ปุ่นแบบทันใจ เบื้องต้นทั้งหมดประกาศให้ลูกค้าที่ใช้บริการโรมมิ่ง (บริการโทรข้ามแดนอัตโนมัติ) สามารถโทรกลับเมืองไทยได้ครึ่งราคา และสามารถรับสายจากประเทศไทยได้ฟรี
      

ภาพความเสียหายจากเหตุการณ์สึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 54

      เอไอเอสระบุว่าความช่วยเหลือจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 11 - 14 มี.ค. 54 โดยลูกค้าสามารถติดต่อ เอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ ที่พร้อมให้การช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี ที่เบอร์ +6622719000 ตั้งแต่วันนี้ถึง 17 มี.ค. 54
      
      เช่นเดียวกับดีแทคที่ให้เวลาความช่วยเหลือถึงวันที่ 14 มี.ค. ขณะที่ทรูมูฟแบ่งการช่วยเหลือออกเป็น 2 กลุ่มลูกค้า ได้แก่ กลุ่มลูกค้าทรูมูฟแบบรายเดือน นอกจากจะสามารถรับสายจากเมืองไทยและรับ SMS ฟรี ยังสามารถโทรติดต่อทรูมูฟ แคร์ ที่เบอร์ +66891001331 ฟรี และกลุ่มลูกค้าทรูมูฟแบบเติมเงิน ทรูมูฟระบุว่าได้เติมเงินให้ลูกค้าที่อยู่ในญี่ปุ่นรายละ 1,000 บาท เพื่อใช้งานระหว่างอยู่ในต่างประเทศหรือให้โทรศัพท์กลับไทยได้ สามารถโทรติดต่อทรูมูฟ แคร์ +66891001331 ฟรี ตั้งแต่วันที่ 11-13 มีนาคม 2554 ตลอด 24 ชั่วโมง
      
      ทรูมูฟระบุว่าได้ส่ง SMS แจ้งความช่วยเหลือต่างๆ พร้อมหมายเลขติดต่อในกรณีฉุกเฉิน ถึงลูกค้าทรูมูฟในญี่ปุ่นทุกราย เรียบร้อยแล้ว
      
      การร่วมมือของโอเปอเรเตอร์ในการช่วยเหลือลูกค้าจากเหตุแผ่น ดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่นถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เพราะการลดราคาค่าธรรมเนียมโทรข้ามแดนจะเพิ่มความยืดหยุ่นให้ครอบครัวสามารถ ติดต่อถึงกันได้อย่างต่อเนื่อง แม้ก่อนหน้านี้ เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศญี่ปุ่นจะถูกตัดขาดจนทำให้ประชาชนต้อง ใช้บริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตเช่นสไกป์ (Skype) แต่รายงานล่าสุดระบุว่า ประชาชนในญี่ปุ่นสามารถสื่อสารผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ตามปกติแล้ว

ข้อมูลจาก: ผู้จัดการ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Broadband Internet Laptop Software Video Game Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
12  สะพานบอท / สะพานบอท / Facebook คุณอยู่อันดับที่เท่าไรของไทย? เมื่อ: มีนาคม 11, 2011, 04:02:54 PM
ตอนนี้หลายธุรกิจ และบริษัทต่างเริ่มนำธุรกิจตัวเอง เข้าไปเปิดหน้าอยู่ในเฟซบุ๊ค แฟนเพจ กันมากขึ้น โดยใช้เป็นช่องในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และลูกค้าคนไทย (หรือต่างประเทศ) ที่ใช้อยู่หลายล้านคนทั่วประเทศหรือทั่วโลก บางธุรกิจสามารถใช้ช่องทางเฟซบุ๊ค เป็นช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้าได้ดีและมีประสิทธิภาพมากๆ
 


ปัจจัยหนึ่งที่เป็นปัจจัยหลัก คือ จำนวนของสมาชิกในหน้า "เฟซบุ๊ค เพจ" (Facebook Pages) ซึ่งหากมีจำนวนสมาชิกที่เข้ามา "ชื่นชอบ (Likes)" มาก นั้นหมายถึงโอกาสการเข้าถึงหรือสื่อสารกับคนจำนวนมาก ก็มีมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้หลายๆ ธุรกิจต่างเริ่มสร้างและสะสมจำนวนสมาชิกของหน้า เฟซบุ๊ค เพจของตัวเองกันเป็นจำนวนมาก
 
แต่คุณจะรู้ไหมว่า จำนวนคนสมาชิกที่อยู่ใน เฟซบุ๊ค เพจ ของเรามีมากหรือน้อย เมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นๆ หรือคู่แข่ง หรืออัตราการเติบโตของ เฟซบุ๊คเราเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ เป็นอย่างไร วันนี้เราสามารถเช็คได้ง่ายๆ แล้วครับ

จัดอันดับเฟซบุ๊ค เพจเมืองไทย
 
เนื่องจากทางเว็บไซต์ www.Marketingbyte.com เว็บไซต์ด้านข้อมูลการตลาดออนไลน์ของไทย ได้เปิดระบบจัดอันดับเฟซบุ๊ค เพจ  ของไทยขึ้นมา โดยรวบรวมเฟซบุ๊ค เพจของหลากธุรกิจจากทั่วประเทศไทยมาจัดอันดับจากจำนวนสมาชิกที่ชื่นชอบ (Likes) รวมถึงยังแบ่งเป็นหมวดหมู่ประเภทของธุรกิจ เช่นหมวดหมู่เกี่ยวกับ รถยนต์ สุขภาพและความงาม หรือวงดนตรี เป็นต้น ซึ่งหากคุณอยากรู้ว่าเฟซบุ๊คของคุณมีจำนวนสมาชิกเท่าไร เยอะไหม เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทหรือแบรนด์ในอุตสาหกรรมเดียวกัน สามารถลองเข้าไปดูได้ที่  http://www.marketingbyte.com/pagerank

ศึกษาคู่แข่งที่ใช้เฟซบุ๊ค มาร์เก็ตติ้ง
 
นอก จากนี้ เรายังทราบได้ว่า คู่แข่งในกลุ่มธุรกิจประเภทเดียวกับเรานั้น มีใครบ้างใช้ เฟซบุ๊คทำการตลาดบ้าง และใครคืออันดับหนึ่งในและหมวดหมู่ธุรกิจ และเรายังสามารถตรวจสอบอัตราการเติบโตของเฟซบุ๊ค เพจ ของแต่ธุรกิจที่เราสนใจ รวมถึงยังเปรียบเทียบอัตราการเติบโตระหว่างของเค้าและเราได้ด้วย โดยแสดงผลเป็นกราฟ (ดูภาพด้านล่าง) แต่หากคุณไม่พบธุรกิจของคุณอยู่ในระบบจัดอันดับ คุณเองก็สามารถเพิ่มหน้าเฟซบุ๊คเข้าไปได้เลย หลังจากนั้น ระบบจะทำการจัดอันดับ และเริ่มเก็บข้อมูลของเฟซบุ๊คของคุณอย่างอัตโนมัติ

วัดผลสื่อสารเรากับสมาชิกเฟซบุ๊ค
 
ในระบบจัดอันดับ "MarketingByte Facebook Pages Ranking" นี้ เรายังสามารถวัดผลได้ว่าหน้าเฟซบุ๊ค เพจของเรา เราได้เข้าไปพูดคุยสื่อสารกับลูกค้าของเราบ่อยแค่ไหน (Post from Page) และยังเห็นถึงอัตราการโต้ตอบปฏิสัมพันธ์ของคนเข้ามาโต้ตอบพูดคุยกับเรามาก น้อยเท่าไร (Post from User) ทั้งสองอย่างนี้ คือ ตัวเลขที่สามารถวัด "การปฏิสัมพันธ์ (Engagement)" ระหว่างแบรนด์หรือสินค้าคุณกับสมาชิก ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการทำ เฟซบุ๊ค มาร์เก็ตติ้ง หากคุณเองมีสมาชิกในเฟซบุ๊คจำนวนมาก แต่แทบไม่เคยสื่อสารพูดคุยกับสมาชิก การทำการตลาดผ่านเฟซบุ๊คก็จะดูไร้ประโยชน์ แม้จะมีจำนวนสมาชิกในเฟซบุ๊คมากแค่ไหนก็ตาม ดังนั้น ข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยทำให้คุณเห็น และวัดผลได้ชัดเจน ทั้งยังเปรียบเทียบกับคู่แข่งของคุณได้ด้วย
 
ระบบจัดอันดับนี้ ถูกสร้างขึ้นมาทำให้คนไทยได้เห็นข้อมูลการจัดอันดับของเฟซบุ๊ค เมืองไทย ส่วนใหญ่เราจะเห็นข้อมูลลักษณะนี้ของต่างประเทศเท่านั้น  โดยข้อมูลระบบนี้ จะทำให้ผู้ทำตลาดผ่านเฟซบุ๊ค เข้าใจได้เพิ่มขึ้น และสามารถนำเฟซบุ๊คไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจได้มากขึ้น ผ่านการศึกษาของคนที่ทำการตลาดผ่านเฟซบุ๊คในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน หรือจะเป็นต่างกลุ่ม
 
ลองไปดูสิครับว่า เฟซบุ๊ค เพจของคุณอยู่อันดับที่เท่าไรของประเทศ หรือกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ที่  http://www.marketingbyte.com/pagerank


ข้อมูลจาก: กรุงเทพธุรกิจ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Broadband Internet Laptop Software Video Game Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
13  สะพานบอท / สะพานบอท / ก้าวต่อไป “แอลจี” พิชิตทุกตลาดในไทย เมื่อ: มีนาคม 11, 2011, 03:42:55 PM
ปี 2554 ถือเป็นปีที่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ามีการเคลื่อนไหวค่อนข้างมาก ทั้งแบรนด์จีน เกาหลี และญี่ปุ่น โหมโรงกันตั้งแต่ต้นปี ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมสินค้าทั้งเทคโนโลยีอัจฉริยะ สุขภาพ และประหยัดไฟลงสู่ตลาด สำหรับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า “แอลจี” ก็ไม่น้อยหน้า แถมยังเดินเครื่องสร้างความชื่นชอบแบรนด์ต่อเนื่อง และกำลังโหมหนักขึ้น เพื่อพิชิตเป้าหมายสู่การสร้างความภักดีต่อแบรนด์แอลจีในใจลูกค้า
      


      ปีนี้เป็นปีที่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกค่ายต่างต้องการปักธงชัยสู่ การเป็นเบอร์หนึ่งในทุกตลาด แอลจีก็เป็นแบรนด์หนึ่งที่วางเป้าหมายจะเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในตลาดเครื่อง ใช้ไฟฟ้าเมืองไทยเช่นกัน ซึ่งตลอดปี 2553 ที่ผ่านมา จะเห็นว่า แอลจีมีการขับเคลื่อนหลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งในแง่ของการเข็นนวัตกรรมใหม่สู่ตลาด เรื่อยไปจนถึงการทำตลาดเชิงรุก ซึ่งต้องยอมรับว่า แอลจีประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง
      
      ดังจะเห็นได้จากตัวเลขส่วนแบ่งการตลาดในตลาดพลาสม่าทีวี, โฮมเธียเตอร์ และเครื่องซักผ้า ที่แอลจีเป็นครองความผู้นำตลาดมาอย่างยาวนาน
      
      เพราะฉะนั้น ก้าวย่างต่อไป แอลจีจึงหมายมั่นที่จะขึ้นเป็นที่ 1 ในตลาดสมาร์ททีวี เครื่องปรับอากาศ และตู้เย็นไซด์บายไซด์ให้ได้เช่นกัน
      
      ชิน ฮัก (เจฟ) แช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า กลยุทธ์ที่จะใช้เป็นตัวขับเคลื่อนของแอลจีสู่เป้าหมายนับจากนี้ จะประกอบด้วย 4 กลยุทธ์หลัก เริ่มตั้งแต่ตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ว่าสินค้าจะถูกพัฒนาหรือออกแบบมาในรูปแบบใดก็ตาม แต่สิ่งสำคัญก็คือ สินค้าต้องตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทุกวัย
      
      ดังนั้น ปีนี้แอลจีจึงให้ความสำคัญกับการค้นคว้าวิจัยความต้องการของผู้บริโภคอย่าง มาก เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด ซึ่งจากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันพบว่า ผู้บริโภคให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพ ห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน รวมถึงตอบสนองต่อสื่อออนไลน์มากขึ้น
      
      เพราะฉะนั้น นวัตกรรมสินค้าใหม่ที่แอลจีจะเข็นออกสู่ตลาดในปีนี้ จึงเน้นต้องตอบโจทย์ใน 3 เรื่องดังกล่าว โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Smart Innovation, กลุ่ม Healthy Living & Environmental Care, และกลุ่ม Convenient Lifestyle
      
      ขณะที่การตลาดและสร้างแบรนด์อย่างแตกต่าง แม้จะเป็นสิ่งที่แอลจีขับเคลื่อนมาตลอด แต่ปีนี้แอลจียังคงให้น้ำหนักกับการสร้างแบรนด์มากขึ้น เพื่อเพิ่มดีกรีจากการรับรู้ ไปสู่ความชื่นชอบในแบรนด์
      
      “ไม่ใช่โจทย์ง่าย ต้องใช้เวลา แต่เชื่อว่าทำได้ และจะเติบโตควบคู่ไปกับส่วนแบ่งตลาด เพราะเมื่อผู้บริโภคใช้สินค้ามากขึ้น จะกลายมาเป็นชอบ และจากชอบจะพัฒนาสู่ความภักดีต่อแบรนด์”
      
      ธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด บอก และว่า แนวทางการสร้างความชื่นชอบในแบรนด์ จะใช้ช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือหลักผ่านแคมเปญให้ผู้บริโภคทดลองใช้ เพื่อให้เกิดพลังในการบอกต่อ
      
      นอกจากนี้ อีกกลยุทธ์ที่แอลจีจะใช้ในการขยับตัวเองสู่เป้าหมาย ก็คือ การขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยแอลจีจะมีการนำเสนอ “Total Solutions” สู่ลูกค้ากลุ่มองค์กร ซึ่งประกอบด้วยระบบกล้องวงจรปิด, ระบบทีวีสำหรับโรงแรม, โซลูชั่น Digital Signage และเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ ซึ่งแอลจีเชื่อมั่นว่าการนำเสนอผลิตภัณฑ์อย่างครบวงจรนี้จะช่วยเพิ่มส่วน แบ่งการตลาดของแอลจีในกลุ่มองค์กร
      
      สำหรับกลยุทธ์สุดท้าย คือ การสร้างความเป็นเลิศด้านการจัดการ โดยแอลจีได้ลงทุนเพิ่มเติมอีก 300 ล้านบาทในสายการผลิตเครื่องซักผ้าฝาหน้า ซึ่งจะส่งผลให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตรวมได้ถึง 8.5 ล้านเครื่องต่อปี และยังเป็นการเสริมความแข็งแกร่งของแอลจี ประเทศไทย ในการเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตและส่งออกในภูมิภาคเอเชีย
      
      ทั้งหมดนี้คือ กลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจแอลจีภายใต้การบริหารของเอ็มดีคนใหม่ ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เพื่อพิชิตเป้าหมายเบอร์ 1 ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมืองไทย


ข้อมูลจาก: ผู้จัดการ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Broadband Internet Laptop Software Video Game Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
14  สะพานบอท / สะพานบอท / Google เปิดมิติใหม่ ให้ผู้ใช้บล็อกเว็บที่ไม่ต้องการได้ เมื่อ: มีนาคม 11, 2011, 03:31:09 PM
กูเกิล (Google) ผู้ให้บริการเสิร์ชเอ็นจินรายใหญ่ ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ โดยจะเปิดให้ผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ สามารถบล็อกหรือซ่อนเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการในหน้าผลการค้นหาได้ หวังช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการค้นหาข้อมูลในครั้งต่อไป
      


      กูเกิลระบุว่าต้องการให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงเปิดกว้างให้ผู้ใช้สามารถบล็อกเว็บที่ไม่ต้องการ เพื่อขจัดเว็บไซต์อื่นที่ผู้ใช้มองว่าไม่เกี่ยวข้องกับการค้นหาออกไป ด้วยวิธีการนี้ ผู้ใช้งานได้จะรับผลลัพท์เว็บไซต์ที่ตรงกับการค้นหามากที่สุด
      
      กูเกิลระบุว่าการบล็อกเว็บไซต์ดังกล่าวจะสามารถทำได้ในกรณี ที่ผู้ใช้ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบกูเกิลเท่านั้น โดยยืนยันว่าการบล็อกที่เกิดขึ้นจะไม่รบกวนผลการค้นหาของผู้ใช้งานรายอื่น รวมถึงระบบจัดดัชนีของกูเกิล
      
      เมื่อพิมพ์คำที่ต้องการค้นหาบนเว็บไซต์ Google.com ระบบจะแสดง URL ของลิงก์ที่ได้ข้างๆ คำว่า "Cache" เมื่อผู้ใช้งานคลิกเข้าไปเยี่ยมชมเว็บดังกล่าว แล้วกดย้อนกลับมาที่เว็บไซต์ Google.com อีกครั้ง ผู้ใช้จะสามารถบล็อกเว็บไซต์ด้วยการเลือกที่ "Block all" ซึ่งจะปรากฏด้านข้างผลการค้นหา
      
      สำหรับฟีเจอร์ดังกล่าว ในช่วงแรกกูเกิลจะเปิดให้ใช้งานบนเว็บไซต์ Google.com เวอร์ชันภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยจะรองรับการใช้งานบนโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome เวอร์ชัน 9 ขึ้นไป, Firefox เวอร์ชัน 3.5 และจะสามารถใช้งานร่วมกับเว็บเบราว์เซอร์ตัวอื่น และเว็บไซต์ Google.com เวอร์ชันภาษาต่างประเทศได้ในอนาคต
      
      ** กูเกิลจ้างพนักงานใหม่ให้ Youtube กว่า 200 รายรองรับการเติบโตคอนเทนต์วิดีโอ **
      
      กูเกิล ผู้ให้บริการเว็บไซต์แชร์วิดีโอยูทิวบ์ (Youtube.com) ประกาศเพิ่มจำนวนพนักงานกว่า 200 ราย เพื่อรองรับการเติบโตของคอนเทนต์วิดีโอที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
      
      กูเกิลระบุว่า ปัจจุบัน สถิติความยาวของวิดีโอที่ถูกอัปโหลดขึ้นยูทิวบ์ใน 1 นาทีนั้นมีจำนวนรวมกว่า 35 ชั่วโมง บนยอดผู้เข้าชมกว่า 2,000 ล้านครั้งต่อวัน ถือว่ามียอดการใช้งานสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ดังนั้นยูทิวบ์จึงมีความจำเป็นต้องประกาศรับสมัครพนักงานเพิ่มในตำแหน่ง พนักงานขายโฆษณา และวิศวกร เพื่อรองรับการเติบโตของคอนเทนต์ ซึ่งคาดว่าจะมีการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพนักงานทั้ง 200 คนนี้จะถูกกระจายไปยังออฟฟิศยูทิวบ์สำนักงานใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย นอกจากนี้ยังรวมไปถึงออฟฟิศยูทิวบ์ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี, โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และเมืองซูริกช์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
      
      สำหรับเว็บไซต์ยูทิวบ์นั้นเริ่มก่อตั้งขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2005 และถูกกูเกิลเจ้าซื้อกิจการในเดือนตุลาคมปี 2006 ด้วยมูลค่าหุ้นรวมกว่า 1.65 พันล้านเหรียญฯ โดยหวังจะให้ยูทิวบ์ช่วยฟื้นฟูบริการ Video-sharing ที่กูเกิลทำไว้อยู่เดิม อีกทั้งกูเกิลเองก็จะสามารถขยายตลาดโฆษณาออนไลน์ของตนไปในกลุ่มวิดีโอได้

ข้อมูลจาก: ผู้จัดการ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Broadband Internet Laptop Software Video Game Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
15  สะพานบอท / สะพานบอท / ไปรษณีย์ไทยพร้อมปล่อยเงินกู้เม.ย.นี้ หวังรายได้เพย์แอดโพสต์200ล้าน เมื่อ: มีนาคม 11, 2011, 03:22:43 PM
ปณท เดินหน้าปั๊มรายได้เพย์แอดโพสต์ให้ 200 ล้านบาทในปีนี้ ล่าสุดจับมือมหาวิทยาลัยรามคำแหงให้นักศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจ ชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาผ่านบริการเพย์แอดโพสต์ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.54 ส่วนบริษัทปล่อยสินเชื่อคาดปล่อยสินเชื่อได้ในเดือนเม.ย.นี้
      


      นางสาวอานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือปณท กล่าวว่า ปี 2554 ปณท ตั้งเป้ารายได้จากบริการเพย์แอดโพสต์ไว้ประมาณ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้จากบริการดังกล่าว 160 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 175 ล้านบาท โดยปีนี้บริษัทยังคงเดินหน้าให้บริการดังกล่าวอย่างเต็มที่ แม้จะมีการแข่งขันจุดบริการรับชำระเงินเป็นจำนวนมาก
      
      แผนการให้บริการในปีนี้จะยังคงเน้นการร่วมมือกับพันธมิตรเป็นหลัก ล่าสุด ทางปณท ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยรามคำแหงนำร่องให้นักศึกษาระดับปริญญาโทหลัก สูตรบริหารธุรกิจกว่า 2,000 คน สามารถชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาผ่านบริการเพย์แอดโพสต์ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมที่จะถึงนี้เป็นต้นไป
      
      ขณะที่นักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจสามารถทำรายการผ่านเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง www.ru.ac.th และพิมพ์ใบชำระเงินไปยื่นได้ที่ไปรษณีย์ทุกแห่ง โดยมีค่าธรรมเนียม 10 บาทต่อรายการ
      
      นอกจากพันธมิตรของปณท ซึ่งขณะนี้มีกว่า 200 รายแล้ว บริการดังกล่าวยังมีจุดแข็งที่สามารถแข่งขันกับผู้ให้บริการรายอื่นได้ คือความมั่นใจในการเข้าใช้บริการ ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายในการรักษาตลาดและรักษาระดับรายได้เอาไว้
      
      นางสาวอานุสรายังได้กล่าวถึงความคืบหน้าบริษัท สินเชื่อไปรษณีย์ไทยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล คาดว่าปลายเมษายนที่จะถึงนี้จะสามารถเปิดให้บริการสินเชื่อไปรษณีย์ได้ใน 3 สาขา ของปณท คือ ที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอละงู จังหวัดสตูล ก่อนขยายการให้บริการให้ครอบคลุมมากขึ้น
      
      บริการสินเชื่อจะเปิดให้มีการกู้เงินตั้งแต่ 5,000-10,000 บาทต่อรายโดยจะต้องมีผู้คำประกัน 3-5 รายเพื่อเป็นการยืนยันตัวบุคคล อย่างไรก็ดี หากผู้กู้มีการชำระสินเชื่อตามกรอบระยะเวลาก็จะมีการลดดอกเบี้ยให้
      
      จากผลการประชุมคณะกรรมการบริษัท สินเชื่อไปรษณีย์ไทย ครั้งที่ 1 ในระยะแรกจะมีการเปิดให้บริการ ณ ที่ทำการไปรษณีย์นำร่อง จำนวน 10 สาขาทั่วประเทศ คือ 1.สาขา อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ 2.สาขา อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 3.สาขา อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ 4.สาขา อ.เมือง จ.อุดรธานี 5.สาขา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง 6.สาขา อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว 7.สาขา อ.บ้านตาก จ.ตาก 8.สาขา อ.ปะนาแระ จ.ปัตตานี 9.สาขา อ.ละงู จ.สตูล 10.สาขาเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
      
      ทั้ง 10 สาขาที่เปิดให้บริการ ถือเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลหรือมีประชาชนที่อยู่ในฐานะยากจน และด้อยโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งในเบื้องต้นบริษัทได้กำหนดที่จะปล่อยกู้ประมาณ 1,000- 2,000 ราย แบ่งเป็นสาขาละ 100- 200 คน และให้วงเงินกู้ได้ไม่เกินรายละ 10,000 บาทสำหรับประชาชนที่สนใจใช้บริการกู้เงินสามารถลงทะเบียนยื่นใบคำขอสินเชื่อ ได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ซึ่งจะเปิดรับสมัครเป็นช่วงๆ ประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน

ข้อมูลจาก: ผู้จัดการ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: Broadband Internet Laptop Software Video Game Thailand Hotels Casual Watch ที่พักพัทยา
หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Sitemap Valid XHTML 1.0! Valid CSS!